<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115843</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10 ก.ย.โหวต-บัตร 2 ใบ  ในเสียงเตือน-หวั่นเผด็จการรัฐสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันศุกร์นี้ 10 ก.ย. ที่ประชุมร่วมรัฐสภา จะมีการประชุมเพื่อลงมติ ให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่มีการแก้ไขเรื่องการเปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง ส.ส. จากระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวเป็นบัตรสองใบ รวมถึงแก้ไขระบบการคำนวณจำนวนที่นั่ง ส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองหลังการเลือกตั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมครั้งนี้ เป็นการโหวตวาระสาม ซึ่งร่างแก้ไข รธน.ที่จะผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่เกินกึ่งหนึ่งขึ้นไป และในจำนวนดังกล่าวต้องมี ส.ว.ลงมติเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 84 เสียง ร่างแก้ไข รธน.ดังกล่าวจึงจะผ่านความเห็นชอบ และจากนั้นจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เสียงลงมติที่จะชี้ชะตาว่าบัตร 2ใบจะเกิดขึ้นหรือสะดุดในยกสุดท้ายก็คือ สมาชิกวุฒิสภา นั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าทีจากสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนสะท้อนไว้ดังนี้ &amp;quot;พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร หรือบิ๊กเยิ้ม - เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;quot; ย้ำว่า จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเหมือนเดิม คือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่แรก เพราะระบบที่ใช้อยู่ปัจจุบันดีและแก้ปัญหาต่างๆ ในอดีตไว้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะคิดว่าระบบบัตรสองใบ จะทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภาใช่หรือไม่ &amp;quot;พลเอกธวัชชัย&amp;quot; กล่าวว่า ก็อาจจะมีส่วน เพราะก็มีตัวอย่างมาแล้ว เพราะอย่างผมเคยเป็นทหารอยู่ที่ภาคอีสานมาตลอดชีวิต จึงรู้เรื่องพวกนี้ดีเยอะแยะไปหมด เพียงแต่ไม่อยากพูด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ &amp;ldquo;สังศิต พิริยะรังสรรค์ ส.ว.&amp;rdquo;กล่าวว่า การลงมติของ ส.ว.เป็นฟรีโหวต ที่ ส.ว.แต่ละคนจะลงมติได้โดยอิสระและชอบธรรม และเมื่อถามว่ายังมี ส.ว.บางส่วนไม่เห็นด้วยกับบัตรสองใบเพราะเกรงจะเกิดเผด็จการรัฐสภาแบบในอดีต &amp;quot;สังศิต&amp;quot; แสดงท่าทีไว้ชัดๆ ว่า &amp;quot;ก็เป็นเรื่องที่กังวลใจ หากกลับไปใช้บัตรสองใบแล้วทำให้จะเกิดเผด็จการรัฐสภาแบบในอดีตอีก เพราะเราเคยมีบทเรียนมาแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp;
เช่นเดียวกับ &amp;quot;มณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา&amp;quot; กล่าวเช่นกันว่า จะลงมติไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะระบบที่เสนอแก้ไขจะทำให้เกิดระบบการเมืองและการเลือกตั้งแบบพับสนาม เนื่องจากอาจมีพรรคการเมืองได้ส.ส.ในสภาเกือบ 400 เสียงแบบในอดีต &amp;nbsp;จนเกิดเสียงแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ท่วมท้นล้นหลาม ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับเผด็จการ แม้สภาจะมาจากการเลือกตั้ง แต่ระบบก็คือเผด็จการ เพราะฝ่ายค้านจะไม่มีน้ำยาในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร เมื่อฝ่ายค้านตรวจสอบไม่ได้ สุดท้ายก็จะนำไปสู่ความรุนแรง การเมืองก็จะลงสู่ท้องถนนอีก แล้วก็เกิดเงื่อนไขจนนำไปสู่การยึดอำนาจขึ้น แต่หากถามว่าแนวโน้มการลงมติวันศุกร์นี้จะออกมาแบบไหน ถึงตอนนี้ยังมองว่าก็มีโอกาสน่าจะผ่านวาระสาม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน &amp;quot;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช -ส.ว.&amp;quot; เชื่อมั่นว่า ส.ว.ส่วนใหญ่จะลงมติเห็นชอบกับการแก้ไข รธน.ครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของ ส.ส. ที่ต้องการอยากได้ระบบเลือกตั้งที่ต้องการ ที่สำคัญ ตอนนี้หลายคนเห็นแล้วว่าระบบเลือกตั้งบัตรใบเดียวและการคิดคำนวณจำนวนที่นั่งส.ส.ในสภาที่เขียนไว้ใน รธน.ฉบับปี 2560 เป็นระบบที่สร้างปัญหามาก แต่ระบบที่แก้ไขครั้งนี้ มีความชัดเจน ไม่สลับซับซ้อน การคำนวณคะแนนทำได้ง่ายกว่า จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าระบบบัตรใบเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเสียงทักท้วง ข้อเป็นห่วงว่าระบบเลือกตั้ง ส.ส. ที่แก้ไขจะทำให้เกิดระบบเผด็จการรัฐสภาเสียงข้างมากแบบในอดีต &amp;quot;พลเอกเลิศรัตน์&amp;quot; มองว่า หากดูจาก รธน.ฉบับปี 2560 ผู้ร่าง รธน.ระมัดระวังเรื่องเผด็จการรัฐสภาไว้แล้ว เลยเขียนไว้ว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีให้ใช้เสียง ส.ส.ฝ่ายค้านเพียงแค่ 1 ใน 5 คือ 100 คนขึ้นไปเท่านั้นในการลงชื่อเสนอญัตติขออภิปรายรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าหลังเลือกตั้งหากใช้ระบบนี้ ฝ่ายค้านมี ส.ส.เกิน 100 คนแน่นอน ขนาดเลือกตั้งปี 2548 ที่ไทยรักไทยได้ ส.ส.มากถึง 377 เสียงเพียงพรรคเดียว ตอนนั้น ฝ่ายค้านก็ยังมี 123 เสียง อีกทั้ง เผด็จการรัฐสภาจะเกิดขึ้นได้ หลักคือจะเกิดการรวมพรรคกันหลังเลือกตั้ง เห็นได้จากตอนไทยรักไทย ที่ไปนำพรรคการเมืองอื่นมารวมเข้าด้วยกัน (ความหวังใหม่-เสรีธรรม-ชาติพัฒนา) แต่สถานการณ์เวลานี้ มันยากมากที่จะเกิดการรวมพรรคแบบในอดีตได้ เพราะพรรคการเมืองปัจจุบันมีความหลากหลายมากกว่าอดีต โอกาสจะไปรวมกันเป็นพรรคเดียวมันจึงยาก เรื่องที่ห่วงกันว่าจะเกิดเผด็จการรัฐสภาจึงไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พลเอกเลิศรัตน์&amp;quot; กล่าวถึงข้อดีของการแก้ไข รธน.รอบนี้ว่า ระบบที่เสนอแก้ไขครั้งนี้ ที่มีการลดจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ลงจาก 150 คน เหลือ 100 คน สัดส่วนเก้าอี้ปาร์ตี้ลิสต์ จะถูกแบ่งไปให้หลายพรรคการเมือง คะแนนที่จะปัดไปให้พรรคเล็กมันจะยากขึ้น เพราะระบบที่แก้ไข การจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 คน จะต้องได้คะแนนขั้นต่ำ ประมาณ 350,000 คะแนน ที่คิดจากคะแนนของประชาชนที่มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศโดยประมาณ ทำให้พรรคการเมืองที่เคยได้คะแนนเลือกตั้ง 30,000-40,000 คะแนนแล้วได้ ส.ส.พรรคและหนึ่งคนอย่างที่เป็นมาจะไม่มีอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวหลายกระแสในสภาสูง ส.ว.หลายคนยังเทน้ำหนักไว้ว่า ส.ว.จะออกเสียงสนับสนุนการแก้ไข รธน.ครั้งนี้เกิน 84 คน แต่ ส.ว.บางส่วนที่เป็น ส.ว.เสียงข้างน้อยยังหวังว่าสถานการณ์อาจพลิกในช่วงโค้งสุดท้าย หากมีสัญญาณบางอย่างส่งซิกมา ซึ่งสุดท้ายต้องรอติดตามศุกร์นี้ 10 ก.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115843</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ก.ย.โหวต-บัตร 2 ใบ  ในเสียงเตือน-หวั่นเผด็จการรัฐสภา, กรองสถานการณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_613620dc6d095.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
